maintenance ผนังไม้ พื้นไม้จริง กระเบื้องลายไม้ พื้นไม้ พื้นไวนิล

 

การดูแลผิวไม้จริงทำสีสำเร็จ

การดูแลพื้นไม้ที่ใช้กรณีห้องทีใช้งานปกติ
1. พยายามหลีกเลี่ยงความเสียหาย อันเกิดจากการลากเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์ด้วยการใช้วัสดุรองพื้นป้องกันพื้นก่อนการเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์ทุกครั้ง
2. ใช้ผ้าสักกะหลาด โฟม หรือยางรองขาเฟอร์นิเจอร์ก่อนการวาง และควรใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีขา หรือลูกล้อ ที่มีผิวสัมผัสเป็นฐานกว้าง เพื่อป้องกันรอยกดทับพื้นไม้จากน้ำหนักของเฟอร์นิเจอร์
3. เช็ดคราบสกปรกออกทันที กรณีน้ำหก ให้เช็ดออกทันที ใช้เครื่องดูดฝุ่น ผ้าเช็ดฝุ่น หรือไม้กวาด ขจัดเศษฝุ่น ทราย และสิ่งสกปรกออก ห้ามใช้แวกซ์ น้ำยาขัดเงา น้ำสบู่ วัสดุทำความสะอาดที่มีผงขัดเป็นส่วนประกอบ เพราะจะทำให้เกิดวามเสียหายกับวัสดุเคลือบ
4. คราบติดแน่นบางชนิด อาจจะขจัดโดยการใช้เศษผ้าชุบสารอะชิโตน (น้ำยาล้างเล็บ) ชนิดเจือจาง เช็ดถูอย่างระมัดระวัง ห้ามใช้น้ำยาที่มีส่วนผสมของทินเนอร์โดยเด็ดขาด
5. ควรถอดรองเท้า และเช็ดเท้าให้สะอาดก่อนเดินบนพื้นไม้
6. ควบคุมความชื้นสัมพัทธ์ ภายในห้องให้อยู่ในระดับปกติ 50-70% ตลอดปี เพื่อหลีกเลี่ยงการยืดหดตัว ตามธรรมชาติไม้
7. หลีกเลี่ยงการใช้วัสดุของมีคม กระทบพื้นไม้ ไม่ควรสวมรองเท้าที่มีพื้นเป็นโลหะเดินบนพื้นไม้
8. แสงอุลตร้าไวโอเลตในแสงแดด มีผลทำให้สีของไม้เปลี่ยนไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของไม้ และกาลเวลาที่ผ่านไป
9. ระวังรอย ขีดข่วนจากเล็บของสัตว์ของท่าน จะทำให้เกิดความเสียหายต่อพื้นไม้ หลีกเลี่ยงการลากของหนักไปกับพื้น ควรใช้วิธียก แล้ววางตรงตามตำแหน่งที่ต้องการ

การดูแลพื้นไม้ที่ไม่ได้ใช้งาน ห้องปิด
ความจริงเกี่ยวกับไม้และความชื้น
ไม้ เป็นวัตถุดิบที่โดยธรรมชาติ จะมีการหดและขยายตัวตามระดับความชื้นที่เปลี่ยนแปลง พื้นของคุณจะสวยงามและคงสภาพเดิมอยู่เสมอ ตราบเท่าที่คุณดูแลรักษาอย่างถูกวิธี และมีการควบคุมความชื้นภายในห้อง ให้อยู่ในระดับปกติ 50-70%

ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับห้องที่ยังไม่มีการใช้งาน
1. ควรจัดให้มีการระบายอากาศโดยทั่วถึง ทั้งยูนิต เพื่อช่วยในการลดอุณหภูมิความร้อนสะสมที่เป็นสาเหตุของการหดและโก่งตัวของพื้นไม้
2. บริเวณผนังกระจกควรดำเนินการปิดกระจกด้วยกระดาษทึบแสง เพื่อเป็นการกรองแสงแดดที่เป็นสาเหตุของการซีดของสีไม้จริง และอาจมีผลต่อการหลุดล่อนของผิวหน้า